น้ำขึ้นให้รีบตัก
ภาษิตบทนี้ มักมีคนกล่าวถึงเสมอๆ โดยเฉพาะกับคนที่อยู่ในช่วงรุ่งเรืองของชีวิต
ถึงกับมีบางคนแนะนำว่า ให้รีบๆกินตามน้ำเสีย ก่อนที่น้ำจะลง
อาจเป็นเพราะวิถีชีวิตของผู้คนในวันนี้ อยู่ห่างธรรมชาติ
หรือเพราะความโลภโมโทสันเข้าครอบงำก็ยากจะยืนยัน
เราจึงมักตีความภาษิตที่เกี่ยวกับธรรมชาติในทางผิดๆเสมอ
เวลาน้ำหลากนั้น ลองพิจารณาให้ดีสิว่า อะไรลอยตามน้ำมาบ้าง
หน้าดินอันอุดมสมบูรณ์ของที่ราบลุ่มในภาคกลาง
เป็นสิ่งที่น้ำพัดมามาจากแดนดินที่อยู่ต้นน้ำอันไกลแสนไกล
เป็นที่รู้กันว่า ยามน้ำป่าหลากนั้น จักต้องพัดพา ไม้ล้ม ลงมาด้วย
คนโบราณท่านจึงหาทางชักไม้ล้มเหล่านี้มาเก็บไว้ใช้ประโยชน์
ในเวลาเดียวกัน กระแสน้ำก็พัดพาสิ่งปฏิกูล ซากสัตว์ที่เน่าเหม็นและโคลนตมลงมาเช่นกัน
ไม่เว้นแม้กระทั่งยามน้ำทะเลขึ้น
เพราะขยะลอยน้ำนานาชนิดจักต้องปรากฏต่อสายตาบนชายหาด เมื่อยามน้ำลง
เมื่อเริ่มน้ำนิ่ง โคลนตมที่ถูกพัดพามาจากที่ไกลแสนไกล
จะเริ่มตกตะกอนลงบนพื้นที่ๆถูกน้ำท่วม มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่ตรงนั้น
จึงรู้กันดีว่า ต้องทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่หลังน้ำลง
เพื่อชะล้างโคลนตม สิ่งปฏิกูล ที่ลอยมากับน้ำนั่นเอง
คนโบราณจึงบอกไว้ว่า “ น้ำขึ้นให้รีบตัก “ นั่นคือ....
รีบตักน้ำสะอาดสะสมไว้สำหรับการชะล้างบ้านเรือนในยามน้ำลง
บางคนไม่ทำเช่นนั้น.........
ยามน้ำขึ้น ก็พากเพียรสั่งสมแต่ของสกปรก สิ่งปฏิกูลเอาไว้ใกล้ตัว
ยามน้ำลง นอกจากจะต้องทำความสะอาดโคลนตมที่พัดพามากับน้ำแล้ว
ยังต้องเป็นภาระในการกำจัดเรื่องเสื่อมเสียที่สะสมไว้ยามน้ำขึ้นอีกด้วย
ที่ร้ายไปกว่านั้น.............
ยามน้ำลงนั้น น้ำสะอาดอยู่ไกล จึงต้องเหน็ดเหนื่อยขนน้ำมาเพื่อการนี้
มากกว่าคนที่เขาตักน้ำสะอาดเก็บเอาไว้ในยามน้ำขึ้นหลายเท่าตัว
ถ้าคุณอยู่ในช่วงรุ่งเรืองของชีวิต และมีคนแนะนำว่า
“ น้ำขึ้นให้รีบตัก “ และ “ ให้รีบกินตามน้ำ “ แล้ว...
“ จงใช้สติ พิเคราะห์ให้ดีว่า จะตักอะไร จะกินอะไร “
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น