เด็กชายวัยรุ่นสองคนถูกจับในข้อหากระทำความผิดจากการเสพยาเสพติด และตัดสินให้รับโทษ
แต่ศาลให้ความปราณีโดยเข้าสถานบำบัดและออกมาทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์โดยชักจูงให้คนเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้มากที่สุด โดยศาลให้เวลาเด็กชายคนละ 7 วันในการชักจูง
หลังจาก 7 วันผ่านไปเด็กชายทั้งสองก็มารายงานต่อหน้าท่านผู้พิพากษา
เด็กชายคนที่ 1: " ผมชักจูงให้คนเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 50 คนฮับ"
ท่านผู้พิพากษา : "เก่งมาก เธอทำได้ยังไง ?"
เด็กชายคนที่ 1: " ผมวาดวงกลมวงใหญ่หนึ่งวงและอธิบายว่า นี้คือขนาดสมองก่อนที่เสพยา และวาดวงกลมวงเล็กแล้วอธิบายว่า นี้คือขนาดสมองหลังเสพยา "
ท่านผู้พิพากษา : "เธอฉลาดมาก แล้วเธอล่ะ " ท่านผู้พิพากษาหันไปถามเด็กชายคนที่ 2
เด็กชายคนที่ 2 : " ผมชักจูงให้คนเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 500 คนฮับ "
ท่านผู้พิพากษา : " เธอทำได้ยังไง" ท่านผู้พิพากษาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
เด็กชายคนที่ 2 : " ผมทำคล้ายๆเพื่อนผมน่ะครับ"
เด็กชายคนที่ 2 : " แต่ผมวาดวงกลมวงเล็กก่อนแล้วอธิบายว่า นี่คือรูตูดของคุณก่อนที่คุณจะถูกจับข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด จากนั้นผมก็วาดวงกลมวงใหญ่แล้วอธิบายว่า นี้คือรูตูดของคุณหลังจากที่คุณออกจากคุก "
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
" รูตูดสำคัญกว่าสมอง ชายใดโดนชาย ตอบ สนอง จะสยองจนวันตาย"
วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2551
วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551
ดีเป็นร้าย ร้ายเป็นร้ายกว่า
เรื่องร้าย: หนังสือโป๊หาย
ร้ายกว่า: ลูกสาวของคุณแอบหยิบไปดูกับแฟน
ร้ายกว่า: ลูกสาวของคุณแอบหยิบไปดูกับแฟน
เรื่องร้าย: สามีของคุณแต่งกายแย่มาก
ร้ายกว่า: แต่เพื่อนยังชมว่าดูดีกว่าคุณ
ร้ายกว่า: แต่เพื่อนยังชมว่าดูดีกว่าคุณ
เรื่องร้าย: ลูกสาวคุณเข้าร่วมพิธีบูชาซาตาน
ร้ายกว่า: ในฐานะผู้ถูกบูชายัญ
ร้ายกว่า: ในฐานะผู้ถูกบูชายัญ
เรื่องร้าย: ภริยาฟ้องหย่าจากคุณ
ร้ายกว่า: พี่ชายเธอเป็นผู้พิพากษา
ร้ายกว่า: พี่ชายเธอเป็นผู้พิพากษา
เรื่องร้าย: สามีคุณหนีออกจากบ้าน
ร้ายกว่า: ไปกับคู่ขารูปหล่อ
ร้ายกว่า: ไปกับคู่ขารูปหล่อ
เรื่องร้าย: ลูกน้องที่ทำงานถูกจับกุมข้อหาเสพยาบ้า
ร้ายกว่า: เขาสารภาพว่าซื้อจากคุณ
ร้ายกว่า: เขาสารภาพว่าซื้อจากคุณ
เรื่องร้าย: มีคนเห็นคุณเริงสวาท กับชายหนุ่มในพุ่มไม้
ร้ายกว่า: คนที่เห็นคือสามีคุณ
ร้ายกว่า: คนที่เห็นคือสามีคุณ
เรื่องร้าย: เลขานุการของคุณบอก "ก็ได้ค่ะ"
ร้ายกว่า: ภริยาของคุณบอก "ห้ามเด็ดขาด"
ร้ายกว่า: ภริยาของคุณบอก "ห้ามเด็ดขาด"
เรื่องร้าย: คุณครูชอบลูกชายคุณมาก
ร้ายกว่า: คุณครูเป็นเกย์
ร้ายกว่า: คุณครูเป็นเกย์
เรื่องร้าย: คุณเจอวีดีโอหนังโป๊ในห้องลูกชายคุณ
ร้ายกว่า: มีภาพคุณแสดงในนั้นด้วย
ร้ายกว่า: มีภาพคุณแสดงในนั้นด้วย
เรื่องร้าย: ลูกสาวคุณมีอะไรกับหนุ่มข้างบ้าน
ร้ายกว่า: ทุกคน
ร้ายกว่า: ทุกคน
เรื่องร้าย: คุณลุงทิ้งมรดกเป็นรถเก๋งซอมซ่อ
ร้ายกว่า: ให้คุณผ่อนต่อ
ร้ายกว่า: ให้คุณผ่อนต่อ
เรื่องร้าย: ลูกสาวของคุณไม่ยอมแต่งงาน
ร้ายกว่า: เธอรอหญิงในฝัน
ร้ายกว่า: เธอรอหญิงในฝัน
เรื่องดี: คุณมีโอกาสหลบงานมาเล่นจ้ำจี้ที่บ้านตอนกลางวัน
เรื่องร้าย: ภริยาคุณกลับมาพอดี
เรื่องร้าย: ภริยาคุณกลับมาพอดี
เรื่องดี: บริษัทหยุดพิเศษประจำปี 4 วัน
เรื่องร้าย: คุณท้องเสียตลอดวันหยุด
เรื่องร้าย: คุณท้องเสียตลอดวันหยุด
เรื่องดี: คุณได้รับตั๋วชมระบำโป๊แถวหน้า
เรื่องร้าย: ลูกสาวคุณเป็นดารานำ
เรื่องร้าย: ลูกสาวคุณเป็นดารานำ
เรื่องดี: ลูกสาวคุณรู้จักวิธีคุมกำเนิดอย่างดี
เรื่องร้าย: เธอกินยาคุมทุกวันทั้งที่เพิ่งอายุสิบสี่
เรื่องร้าย: เธอกินยาคุมทุกวันทั้งที่เพิ่งอายุสิบสี่
เรื่องราวชีวิตของผู้พันแซนเดอร์ส
แค่เกริ่นมาข้างต้นก็คงไม่ต้องบอกว่า ชายคนนี้ทำอะไรไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง !
แต่ก็อย่างว่าแหละ คนเราอะไรมันจะไม่ได้เรื่องไปเสียหมด
สิ่งเดียวที่เขาพบว่า เขาทำได้ดีก็คือ การทำอาหาร
ดังนั้นเขาจึงไปทำงานเป็นพ่อครัวและคนล้างจานในร้าน
กาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่ง แต่นั่นก็ไม่ใช่ชีวิตที่ทรงคุณค่าอะไรเลยในความคิดของเขา
ชีวิตที่ร้านกาแฟ เขามีเวลามากมายที่จะนั่งคิดและทำอะไรได้มากพอสมควร
แต่เขา กลับเลือกใช้เวลานั่งคิดถึงภรรยาและลูกสาวของเขา
เขาเพียรพยายามติดต่อภรรยาและอ้อนวอนให้เธอกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง แต่ได้รับคำปฏิเสธ
เขาเปลี่ยนความ คิดใหม่ เขาไม่ต้องการภรรยาอีกต่อไป ขอเพียงแต่ได้ลูกสาวกลับคืนมาก็พอ
เพราะเขา รักและคิดถึงเธอเหลือเกิน
เขาใช้เวลาว่างในร้านกาแฟวางแผนในการนำลูกสาวกลับคืนมาสู่อ้อมอกของตน
เขาวางแผน ทุกขั้นตอนละเอียดยิบ คำนวณทุกฝีก้าว
ในที่สุดแผนการอันแสนยาวนานก็เสร็จสิ้นลง
เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ คุณพ่อวัยรุ่นผู้น่าสงสารซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้นอกบ้านหลังเล็กๆ ของภรรยาของ
เขา
เฝ้ามองลูกสาวของเขาเล่นอยู่หน้าบ้านและเตรียม พร้อมที่จะ "ลักพาตัวเธอ!"
แล้ววันที่ตั้งใจไว้ก็มาถึง เขาซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้อย่างระมัดระวัง แม้จะรู้สึกกังวล ตื่นเต้น และตระหนก
อยู่บ้าง
แต่นั่นมิอาจเทียบได้กับความรักที่เขา มีต่อลูก เขาตัดสินใจที่จะต้องลงมือทำให้สำเร็จ แต่แล้วอนิจจา
...
วันนั้นลูก สาวของเขาไม่ออกมาเล่นหน้าบ้านเลย
แม้กระทั่งความพยายามในการก่ออาชญากรรม เขาก็ยังล้มเหลว
เขารู้สึกเหมือนคนที่ พ่ายแพ้ต่อโชคชะตา รู้สึกเหมือนคนไม่มีค่า
และเหมือนพระเจ้ากำหนดมาแล้วว่าเขาจะ ต้องอยู่เพียงลำพังไปตลอดชีวิต
แต่เหมือนปาฏิหาริย์ ในที่สุดเขาก็สามารถโน้มน้าวภรรยาให้กลับมาอยู่ด้วยกันได้
พวกเขาทำงานด้วยกันในร้านกาแฟแห่งนั้น ทำอาหารและล้างจานอยู่จนกระทั่งเขาเกษียณ ตอนอายุ 65
ปี
วันแรกของการเกษียณอายุ เขาได้รับเช็คเงินประกันสังคมฉบับแรกของเขา เป็นเงิน 105 ดอลลาร์
( ราวสี่พันบาท)
เช็คดังกล่าวเหมือนเป็นตัวแทนของรัฐที่ฝากมาบอกเขาว่า เขาไม่อาจจะดูแลตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว
ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือใช้ชีวิต อยู่จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตด้วยเงินสนับสนุนจากรัฐบาล
มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกถูกปฏิเสธ ล้มเหลว เสียกำลังใจ และท้อแท้
ชีวิต ของเขาได้รับความผิดหวังอีกครั้งหนึ่งหลังจาก 65 ปีอันยาวนาน
เขาบอกกับตัวเองว่าถ้าเขาดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องมีชีวิตอยู่โดยให้รัฐบาลดูแล
เขาก็ไม่สมควรจะมีชีวิตอีกต่อไป เขาตัดสินใจ (อีกแล้ว) ว่า " จะฆ่าตัวตาย "
เขาหยิบกระดาษหนึ่งแผ่นกับดินสอหนึ่งแท่ง
นั่งลงใต้ต้นไม้ในสวนหลังบ้านอย่างสงบ ตั้งใจที่จะเขียนคำสั่งเสียและพินัยกรรม
แต่แทนที่จะทำเช่นนั้น กลับเหมือนมีอะไรมาดลใจ เหมือนเป็นครั้งแรกที่ชีวิตเกิดปัญญา
เขาเริ่มต้นเขียนสิ่งที่เขาควรจะเป็น ชีวิตที่เขาควรจะมี และสิ่งที่เขาปรารถนาในช่วงชีวิตสุดท้ายที่
เหลืออยู่
เขาตกใจมาก เมื่อค้นพบความจริงในชีวิตว่า เขายังไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันกับเขาสัก
อย่างเลย ! (เพิ่งนึกได้)
เขานั่งครุ่นคิดกับตัวเองอย่างจริงจัง มีบางอย่างที่เขาสามารถทำได้
บางอย่างที่คนที่รอบตัวทำสู้เขาไม่ได้ ใช่ ! เขารู้วิธีปรุงอาหาร
ชีวิตเกือบทั้งหมดของเขา อยู่ที่หน้าเตาร้อนๆ มาตลอด เขาตัดสินใจกับตัวเองอีกครั้ง
ในที่สุดเขาเลือกที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อทำอะไรสักอย่างในชีวิตให้ประสบความสำเร็จ
เขาตั้งใจว่าถ้าเขาจะตาย เขาก็อยากจะตายในแบบที่ได้ลองพยายามเป็นใครสักคน
และทำบางสิ่งบางอย่างที่มีค่าด้วยชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขา
เขาลุกจากเงาไม้ มุ่งหน้าไปยังธนาคารในเมือง เพื่อขอยืมเงินจำนวน 87 ดอลลาร์จากเช็คประกัน
สังคมฉบับต่อไปของเขา
ด้วยเงิน 87 ดอลลาร์นั้น เขาซื้อกล่องเปล่าและ ไก่จำนวนหนึ่ง
จากนั้นเขาก็กลับไปที่บ้านและลงมือทอดไก่ที่ซื้อมาด้วยสูตรพิเศษที่เขาได้คิดค้นขึ้นมาในช่วงหลายปีที่ทำงาน
ที่ร้านกาแฟนั้น
เขาเริ่มขายไก่ทอดของเขาตามบ้านต่างๆ ในเมืองคอร์บิน รัฐเคนตั๊กกี้ของเขา
แล้วคนขายไก่ทอดอายุ 65 ปีคนนั้นก็กลายมาเป็นผู้พันฮาร์แลนด์ แซนเดอร์ส
ราชาผู้เป็นที่รักของอาณาจักร Kentucky Fried Chicken หรือที่เรารู้จักกันในนาม KFC นั่นเอง
ตอนอายุ 65 ปี เขาเป็นเหมือนอนุสรณ์แห่งความล้มเหลวที่ยังมีชีวิต แต่ในวัย 85 ปี
เขาก็กลายเป็นเศรษฐีพันล้านและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก มีผู้คนให้เกียรติเขาทั่วประเทศ
เรื่องราวชีวิตของผู้พันแซนเดอร์ส เป็นอีกบทหนึ่งของเรื่องราวความสำเร็จ
ที่ได้รับคำยกย่องจากผู้คนทั่วโลก แต่ใครจะรู้บ้างว่าหากใต้ต้นไม้วันนั้น
ผู้พันแซนเดอร์สได้ทำตามที่เขาตั้งใจไว้แต่แรก
ตำนานไก่ทอดสะท้านโลกก็คงจะไม่มีให้เราได้เห็นกัน
จริงอย่างที่เขาว่า ความสำเร็จกับความล้มเหลวห่างกันเพียงแค่พลิกฝ่ามือ
มันอยู่ที่ว่าคุณเลือกที่จะ "สู้ต่อ" หรือ "ยอมแพ้"
สำหรับผู้พันแซนเดอร์ส 65 ปี ของชีวิตที่ล้มเหลว เทียบคุณค่าอะไรไม่ได้เลยกับ 20 ปีแห่งความสำเร็จ
แล้วชีวิตของคุณหละ ล้มเหลวมากพอหรือยัง ?
****
ขอขอบคุณ นิตยสาร Financial Freedom เอื้อเฟื้อบทความ
ROVERR
หนุ่มน้อยชื่อ ดอน.....พาแฟนสาวไปกินข้าวที่ร้านอาหารจีนชื่อดังของย่านเวอร์จิเนีย...
อาหารรสชาดดี แต่ว่ามันเผ็ดไปสักหน่อยสำหรับหนุ่มเมริกันอย่างเขา.. จึงทำให้ท้องไส้เกิดอาหารไม่ค่อยจะดีในตอนขับรถกลับบ้าน...
ตอนแรกดอนคิดว่าจะแวะที่ร้าน Mc Donald ริมทาง แต่ก็กลัวจะเสียฟอร์ม ก็เลยตัดสินใจว่า..ไม่เป็นไรน่า เด๋วพอส่งแฟนสาวกลับบ้านแล้วค่อยแวะทีหลังก็ได้......
พอถึงบ้าน แทนที่แฟนสาวจะยอมเข้าบ้าน กลับคะยั้นคะยอให้ดอนเข้าไปพบพ่อแม่ของเธอสักหน่อย เพื่อทำความรู้จัก ตอนนั้นดอนพยายามกลั้นแก๊สที่มันจะออกมาเต็มทน แต่ก็ทนแฟนรบเร้าไม่ไหว...ก็เลยตกลงว่าจะเข้าไปสวัสดี พ่อแม่ของเธอสักหน่อย...แล้วรีบกลับออกมาปล่อยแก๊สหน้าบ้านให้สบายท้องไปเรย......
พอเข้าไปนั่งในบ้าน..พ่อของแฟนสาวเป็นทหารเรือเก่า..พูดจาเสียงดัง แต่ท่าทางใจดี..พ่อก็เข้ามาทักทายเป็นอย่างดี พร้อมทั้งแนะนำแม่..และหมาตัวสีขาวน่ารักชื่อ Rover.... เจ้าโรเวอร์ ก็ช่างแสนรู้..เข้ามากระดิกหางแล้วหมอบอยู่ตรงเท้าของดอน..ไม่ไปไหน...ส่วนดอนนั้น..อาการเริ่มแย่ลง..จนทนไม่ไหว จะต้องปล่อยให้แก๊สส่วนหนึ่งระบายออกมาซะบ้าง.. เขาคิดว่า..ไม่เป็นไรน่า..เจ้าโรเวอร์อยู่ใกล้ ๆ ..ขอมั่วซะหน่อย..คิดแล้วก็ค่อย ๆ ระบายแก๊สออกมาส่วนหนึ่ง..แต่ก็ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วทีเดียว..ทุกคนทำหน้าเลิ่กลั่ก ๆ ดอนก็แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้..มองไปที่เจ้าโรเวอร์...คุณพ่อก็จึงส่งเสียงดุออกมาว่า........." ROVER !!!!"
ดอนก็ค่อยสบายใจ..ถึงแม้จะละอายใจที่ต้องป้ายความผิดให้หมาก็ตาม..เขาจึงปล่อยส่วนที่เหลือออกมาครึ่งนึง... กลิ่นเหม็นก็แรงขึ้นกว่าเดิม...คุณพ่อก็ดุเสียงดังขึ้น..." ROVERRR !!!"
ถึงตอนนี้..ดอนกลั้นต่อไปไม่ไหวแล้ว..ก็เลยปล่อยออกมาจนหมดโหลด..ในใจก็นึกขอโทษเจ้าหมาน้อยน่ารัก...ตอนนี้คุณพ่อถึงกับลุกขึ้นยืน...จ้องเขม็งมาที่เจ้าหมาน้อย แล้วดุเสียงดังสนั่นว่า....
" ROVERRRRRRRR !!!!!!!!!! ....ยังไม่ลุกมาอีก... เด๋วมันก็ขี้รดหัวเอาหรอก...!!!! "
The END......
อาหารรสชาดดี แต่ว่ามันเผ็ดไปสักหน่อยสำหรับหนุ่มเมริกันอย่างเขา.. จึงทำให้ท้องไส้เกิดอาหารไม่ค่อยจะดีในตอนขับรถกลับบ้าน...
ตอนแรกดอนคิดว่าจะแวะที่ร้าน Mc Donald ริมทาง แต่ก็กลัวจะเสียฟอร์ม ก็เลยตัดสินใจว่า..ไม่เป็นไรน่า เด๋วพอส่งแฟนสาวกลับบ้านแล้วค่อยแวะทีหลังก็ได้......
พอถึงบ้าน แทนที่แฟนสาวจะยอมเข้าบ้าน กลับคะยั้นคะยอให้ดอนเข้าไปพบพ่อแม่ของเธอสักหน่อย เพื่อทำความรู้จัก ตอนนั้นดอนพยายามกลั้นแก๊สที่มันจะออกมาเต็มทน แต่ก็ทนแฟนรบเร้าไม่ไหว...ก็เลยตกลงว่าจะเข้าไปสวัสดี พ่อแม่ของเธอสักหน่อย...แล้วรีบกลับออกมาปล่อยแก๊สหน้าบ้านให้สบายท้องไปเรย......
พอเข้าไปนั่งในบ้าน..พ่อของแฟนสาวเป็นทหารเรือเก่า..พูดจาเสียงดัง แต่ท่าทางใจดี..พ่อก็เข้ามาทักทายเป็นอย่างดี พร้อมทั้งแนะนำแม่..และหมาตัวสีขาวน่ารักชื่อ Rover.... เจ้าโรเวอร์ ก็ช่างแสนรู้..เข้ามากระดิกหางแล้วหมอบอยู่ตรงเท้าของดอน..ไม่ไปไหน...ส่วนดอนนั้น..อาการเริ่มแย่ลง..จนทนไม่ไหว จะต้องปล่อยให้แก๊สส่วนหนึ่งระบายออกมาซะบ้าง.. เขาคิดว่า..ไม่เป็นไรน่า..เจ้าโรเวอร์อยู่ใกล้ ๆ ..ขอมั่วซะหน่อย..คิดแล้วก็ค่อย ๆ ระบายแก๊สออกมาส่วนหนึ่ง..แต่ก็ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วทีเดียว..ทุกคนทำหน้าเลิ่กลั่ก ๆ ดอนก็แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้..มองไปที่เจ้าโรเวอร์...คุณพ่อก็จึงส่งเสียงดุออกมาว่า........." ROVER !!!!"
ดอนก็ค่อยสบายใจ..ถึงแม้จะละอายใจที่ต้องป้ายความผิดให้หมาก็ตาม..เขาจึงปล่อยส่วนที่เหลือออกมาครึ่งนึง... กลิ่นเหม็นก็แรงขึ้นกว่าเดิม...คุณพ่อก็ดุเสียงดังขึ้น..." ROVERRR !!!"
ถึงตอนนี้..ดอนกลั้นต่อไปไม่ไหวแล้ว..ก็เลยปล่อยออกมาจนหมดโหลด..ในใจก็นึกขอโทษเจ้าหมาน้อยน่ารัก...ตอนนี้คุณพ่อถึงกับลุกขึ้นยืน...จ้องเขม็งมาที่เจ้าหมาน้อย แล้วดุเสียงดังสนั่นว่า....
" ROVERRRRRRRR !!!!!!!!!! ....ยังไม่ลุกมาอีก... เด๋วมันก็ขี้รดหัวเอาหรอก...!!!! "
The END......
วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)